Make your own free website on Tripod.com

การปฏิบัติตนเพื่อการป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง

30-40% ของโรคมะเร็งทั้งหมดสามารถป้องกันได้โดยเลือกกินอาหารและมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง

80% ของมะเร็งปอดเกิดจากการสูบบุหรี่
สำหรับผู้ที่สูบบุหรี่ ถ้าหยุดสูบ สามารถป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้ถึง 60-70% การสูบบุหรี่ยังเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งชนิดอื่นๆ และโรคอื่นๆ ด้วย เช่น โรคหัวใจ


การปฏิบัติตนดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ไม่เพียงแต่ป้องกันโรคมะเร็งเท่านั้น ยังสามารถป้องกันโรคหัวใจ (coronary heart disease) โรคกระดูกพรุน (osteoporosis) และโรคเบาหวาน (adult onset diabetes)
  1. เลือกกินอาหารที่ประกอบด้วยธัญพืช เช่น ถั่วชนิดต่างๆ ข้าวกล้อง พืช ผักหลายๆอย่าง กินอาหารให้ครบ 5 หมู่คือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรท ไขมัน เกลือแร่ และวิตามิน โดยกินอาหารให้หลากหลาย อย่ากินอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งมากเป็นประจำ
  2. กินผักและผลไม้สดให้มากเป็นประจำตามฤดูกาล (400-500 กรัมต่อวัน) เนื่องจากมีสารหลายชนิดที่ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งได้
  3. เลือกอาหารที่มีไขมันต่ำ และเค็มน้อย
  4. อาหารหลายชนิดมีสารก่อมะเร็ง
    อาหารเนื้อสัตว์ ปิ้ง ย่าง รมควัน ควรห่อด้วยกระดาษอลูมิเนียมจะช่วยลดสารก่อมะเร็ง ไม่กินส่วนที่ไหม้เกรียม ควรใช้วิธีต้ม นึ่ง อบ หรือใช้ไมโครเวฟ
    อาหารหมักใส่ดินประสิว (โปแตสเซียมไนเตรท) และสารไนไตรท์สามารถเปลี่ยนเป็นสารไนโตรซามีนซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในร่างกายใด้ จึงควรกินผักสดร่วมกับอาหารประเภทนี้
    ในท้องถิ่นที่มีการระบาดของพยาธิใบไม้ในตับ ไม่กินปลาดิบๆสุกๆ (ลาบปลา, ก้อยปลา) ที่ทำมาจากปลาตะเพียน หรือปลาน้ำจืดที่มีเกล็ด
    ถ้ากินเนื้อสัตว์สีแดงมากเป็นเวลานาน จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง
  5. เตรียมอาหารและเก็บอาหารให้ถูกต้อง ปลอดภัย อย่าเก็บอาหารไว้นานเกินไป
  6. ดื่มสุราแต่พอควร ถ้ามีความจำเป็น
  7. ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 10 แก้ว (ประมาณ 2,500 ซี.ซี.) รวมถึงนม กาแฟ เครื่องดื่มอื่นๆ และน้ำในอาหารด้วย
  8. ควบคุมน้ำหนักให้พอดี และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
    Body Mass Index (BMI) = (น้ำหนักหน่วยเป็นกิโลกรัม) หารด้วย (ส่วนสูงหน่วยเป็นเมตรยกกำลังสอง)
    น้ำหนักพอดี BMI ประมาณ 20-25
  9. หลีกเลี่ยงการสูดควันจากเตาที่ใช้ถ่านไม้ ถ่านหิน หรือจากการทำอาหาร
  10. ไม่สูบบุหรี่
  11. ทำจิตใจให้ผ่องใส ลดความเครียด
  • สตรีปกติเมื่ออายุครบ 35, 40, 45, 50, 55, และ 60 ปีควรได้รับการตรวจ แปปสเมียร์ (Pap smear) เพื่อค้นหามะเร็งปากมดลูกระยะเริ่มแรก และในระยะก่อนเป็นมะเร็ง
  • สตรีทุกคนควรตรวจเต้านมด้วยตนเองทุกเดือน และผู้ที่อายุ 45-60 ปีควรได้รับการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์ แมมโมแกรม (Mamogram) 1 ครั้งทุก 2 ปี
แผ่นพับ พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ.2544 จำนวน 15,000 แผ่น การปฏิบัติตนเพื่อการป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง สถาบันมะเร็งแห่งชาติ
ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค